เทคนิคอ่าน วงจรไพ่บาคาร่า เพื่อการเล่น บาคาร่า ให้ได้กำไรมากขึ้น

แน่นอนว่าหัวใจสำคัญในการเล่น บาคาร่า คือการอ่าน วงจรไพ่บาคาร่า ให้เป็น ซึ่งเซียนพนันที่มีประสบการณ์จะสามารถจับจุดและสังเกตเค้าไพ่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนักก็อาจจะยังสับสนและยังจดจำรูปแบบของไพ่ได้ไม่หมด โดยวงจรไพ่จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือวงจรแดง (ฝั่งเจ้ามือ) และวงจรน้ำเงิน (ฝั่งผู้เล่น) ซึ่งในวันนี้เราจะมาศึกษาการอ่านวงจรไพ่กันว่าเราต้องสังเกตจากจุดใดและจะส่งผลดีต่อการเล่นของเราอย่างไร

บาคาร่า

ประเภทของ วงจรไพ่บาคาร่า

ตามที่เราได้กล่าวไปแล้วว่าไพ่ บาคาร่า สามารถแบ่งได้ 2 วงจร วงจรแดง คือ การมองในภาพรวมของทุกตา ฝั่งเจ้ามือจะมีการออกหน้าไพ่ที่มากกว่า และวงจรน้ำเงิน คือ ฝั่งผู้เล่นจะมีการออกหน้าไพ่ที่มากกว่า ซึ่งก่อนอื่นเลยเราจะต้องเข้าไปดูสถิติการเล่นเก่า ๆ ที่ผ่านมาในห้องนั้น ๆ ตั้งแต่ตาแรกจนถึงตาล่าสุดว่าเป็นอย่างไร ฝั่งไหนมีการออกหน้าไพ่ที่มากกว่ากัน และหน้าไพ่ที่ออกมานั้นเป็นเค้าไพ่รูปแบบใดมากที่สุด โดยให้เราเน้นไปที่คะแนนรวมได้เลยเพราะจะมีการวิเคราะห์ผลคะแนนแสดงไว้อยู่แล้ว ถ้าเป็นวงจรแดง สีแดงก็จะมากกว่าสีน้ำเงิน นั่นก็หมายความว่าสถิติการเล่นที่ผ่านมาทั้งหมด ฝั่งเจ้ามือเป็นฝ่ายชนะมากกว่าฝั่งผู้เล่านั่นเอง

การนำ วงจรไพ่บาคาร่า ไปใช้ในการเล่นของตนเอง

การนำสูตรนี้ไปปรับใช้กับการเล่นของตนเองนั้นถือว่าทำได้หลากหลายขั้นตอน เพื่อช่วยให้การเล่นของเรานั้นสามารถทายผลได้แม่นยำและมีการเดินเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเราจะขอยกตัวอย่างการนำสูตรนี้ไปปรับใช้ในการเล่นของตนเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • จับสังเกตและลงเดิมพันจังหวะให้ดี

ตามที่เราทราบกันดีว่าปกติแล้วการเล่น บาคาร่า จะใช้ไพ่ทั้งหมด 8 สำรับ จะเล่นได้ประมาณ 70-80 ตา ซึ่งจะสามารถใช้สูตร วงจรไพ่บาคาร่า ได้เป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงแรก ห้องนั้นเล่นไปได้ระยะหนึ่งและใช้ไพ่ไป 1 สำรับ แล้ว  ให้เราลงเดิมพันสำรับที่ 2 และหยุดเดิมพันสำรับที่ 4 ส่วนในช่วงหลัง ให้เริ่มเดิมพันสำรับที่ 6 ถึงสำรับที่ 8 โดยสำรับที่ 1 กับสำรับที่ 5 จะไม่แนะนำให้เล่น เพราะการทายวิเคราะห์ผลจะยากและซับซ้อนมากเกินไป

  • เลือก วงจรไพ่บาคาร่า มา 3 รูปแบบ

เมื่อเราเล่นไปแล้วระยะหนึ่งและไพ่ออกมาแล้วประมาณ 10 ตา ให้เราสังเกตว่าเป็นวงจรแดงหรือวงจรน้ำเงิน และดูว่าการออกทั้ง 10 ตา นั้นเป็นการออกเค้าไพ่รูปแบบใด ให้เราเลือกออกมา 3 รูปแบบที่คาดว่าคล้ายกันมากที่สุด ซึ่งการเลือกผู้เล่นแต่ละคนอาจจะมีวิธีการเลือกที่แตกต่างกันออกไปนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่สิ่งที่สำคัญคือเราควรเลือก 3 รูปแบบที่มีความใกล้เคียงกันมากที่สุดในสายตาเรา เพื่อที่ในตาต่อ ๆ ไปที่เราจะเดิมพันแล้วเราเจอวงจรไพ่แบบนี้อีกก็ให้เราแทงได้ตามรูปแบบเดิมเลย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเราแทงตามรูปแบบเดิมที่ได้กำหนดเอาไว้ โอกาสที่เราจะทายผลถูกและชนะได้เงินรางวัลก็จะมีมากกว่าการที่เราเดาสุ่มแทงมั่ว ๆ

  • ผลไพ่ “เสมอ” ไม่นับ

การเล่นทุกครั้งเมื่อผลออกมาเป็น “เสมอ” เราไม่จำเป็นต้องไปสนใจนัก เพราะเมื่อเราเลือกเดิมพันฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เช่น แทงฝั่งแดงแต่ผลกลับออกมาเสมอ ยังไงเราก็ไม่เสียเงินอยู่แล้ว ดังนั้นรูปแบบวงจรไพ่ทั้ง 64 แบบจึงไม่มีรูปแบบเสมออยู่ในสูตรนั่นเอง

  • เมื่อจังหวะดี ๆ มาถึงก็ให้รีบแทงทันที

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่ารูปแบบที่เราเลือกมาทั้ง 3 รูปแบบนั้น เราจะยึดไว้เป็นรูปแบบที่ใช้ในการเดิมพันตาต่อ ๆ ไป เพราะโอกาสที่เราจะทายถูกนั้นมีมากขึ้น เมื่อจังหวะที่เราสังเกตเห็นว่าหน้าไพ่ที่กำลังออกอยู่มีความคล้ายคลึงกับ 1 ใน 3 รูปแบบที่เราได้เลือกไว้ก็ให้เรารีบแทงทันที แต่ถ้าหากไม่ใช่หรือไม่ใกล้เคียงกันเลยก็ให้เราปล่อยผ่านไปก่อน และให้เราจำไว้เสมอว่าการเล่นในห้อง ๆ นึง เราควรแทงไม่เกิน 5 ครั้ง เพราะโอกาสดี ๆ จังหวะดี ๆ มักจะมาไม่บ่อย ดังนั้นเราจึงไม่ควรใจร้อนรีบแทงทุกตาเพราะอาจจะทำให้สูญเสียเงินโดยที่ไม่จำเป็นได้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ในเทคนิคการอ่าน วงจรไพ่บาคาร่า แบบง่ายมาฝากทุก ๆ คนกัน ซึ่งเราจะเห็นว่าการเล่น บาคาร่า นั้นมีสูตรและเทคนิคต่าง ๆ มากมายทั้งที่เราอาจจะเคยได้ยินชื่อหรือไม่รู้จักเลยก็ตาม ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรามีโอกาสในการชนะเดิมพันได้ก็คือการที่เราต้องเป็นคนใฝ่รู้และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และจำไว้เสมอว่าทุกการเดิมพันย่อมมีความเสี่ยง เราจึงควรมีสติและมีการวางแผนด้านการเงินก่อนการเล่นทุกครั้ง